ควีนสิริกิติ์ (Nymphaea Queen Sirikit)

ดอกมีสีม่วง-ขาวขยายพันธุ์ได้เอง


บัวพันธุ์ควีนสิริกิติ์

ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียน [ประกาศกรมวิชาการเกษตร, 2528, หน้า 14-18.]


ชื่อ-สกุลนายไพรัตน์ ทรงพาริช
ที่อยู่129/106 หมู่ 3 หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส ซ.ไทรม้า ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์089 980 0646

แหล่งที่มาและประวัติ
            ในปีพ.ศ. 2541-2546 ดําเนินการปลูก คัดเลือกพันธุ์และผสมพันธุ์บัว ผลจากการดําเนินการ ดังกล่าวในปีพ.ศ. 2546-2549 ได้บัวลูกผสมชื่อ สุปราณีพิงค์ (Nymphaea ‘Supranee Pink’) และในช่วงดังกล่าวได้นําบัวนางกวักฟ้า (N. ‘Nangkwag Fah’ สกุลย่อย Brachyceras (บัวสายเขตร้อน)) เป็นต้นพ่อ มาผสมกับบัวสุปราณีพิงค์ (สกุลย่อย Nymphaea (บัวสายเขตอบอุ่น)) ซึ่งใช้เป็นต้นแม่ ในปี 2550 ได้ลูกผสมข้ามสกุลย่อย (Intersubgeneric Hybrid) ชื่อ สยามบลูฮาร์ดดี้ (N. ‘Siam Blue Hardy’) ซึ่งเป็นบัวสายเขตอบอุ่นสีน้ําเงินต้นแรกของโลก
            จากผลความสําเร็จของบัวสยามบลูฮาร์ดดี้ ได้ดําเนินการต่อยอด ใน พ.ศ. 2551-2554 ได้ผสมพันธุ์ข้ามสกุลย่อย โดยใช้บัวสายเขตอบอุ่นพันธุ์เพอรี่ส์ไฟรโอปอล (N. ‘Perry’s Fire Opal’) ของสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแม่และใช้บัวสายเขตร้อนพันธุ์นางกวักฟ้าของไทยเป็นต้นพ่อ ได้ลูกผสมรหัส P.393-2 ที่ มีลักษณะส่วนใหญ่เป็นของบัวสายเขตอบอุ่น โดยกลีบดอกมี 2 สีคือส่วนปลายกลีบดอกมีสีม่วง โคนกลีบดอก มีสีขาว สีดอกของบัวลูกผสมมีสีม่วง ถือได้ว่าเป็น “สีใหม่” ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในบัวสายเขตอบอุ่น นําไปตรวจสอบเครื่องหมายโมเลกุลเพี่อพิสูจน์ความเป็นลูกผสม ณ ภาควิชาพันธุศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สามารถยืนยันได้ว่า P.393-2 เป็นลูกผสมของแม่-พ่อชุดดังกล่าว
            เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2555 และในโอกาสที่ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องเป็น “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” (Mother of Biodiversity Conservation) จากรัฐบาลไทยในปีพ.ศ. 2553 ที่สมัชชาองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ทางสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามให้บัวลูกผสม พันธุ์ใหม่ซึ่งนายไพรัตน์ ทรงพานิช ได้ทําการผสมพันธุ์บัวขึ้นมาใหม่ มีลักษณะงดงามแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ และได้ทําการทดลองจนมีลักษณะคงที่ โดยทางราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้นํา ความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้ชื่อบัวว่า “ควีนสิริกิติ์”

ลักษณะประจำพันธุ์ทางพฤกษศาสตร์
ประเภท พืชน้ํา วงศ์ Nymphaeaceae ชื่อวิทยาศาสตร์Nymphaea ‘Queen Sirikit’ แม่ - พ่อ พันธุ์ N. ‘Perry's Fire Opal’ x N. ‘Nangkwag Fah’ (ภาพที่ 1)
ดอก


ดอกชูเหนือน้ํา (ภาพที่ 2) รูปร่างดอกตูมเป็นรูปรี (Elliptic) (ภาพที่ 3) ดอกบานเป็นรูปถ้วย (Cup shape) (ภาพที่ 4) ดอกบาน 3- 4 วัน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร สีดอกส่วนปลายกลีบดอกมีสีม่วง ส่วนโคนมีสีขาว กลีบเลี้ยงมีสีขาวอมเขียว ดอกมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ และกลีบดอก 24 กลีบ ผนังของคาร์เพลในรังไข่เชี่อมติดกันแบบ Syncarpous (ภาพที่ 5) เกสรเพศผู้สีเหลืองส่วนปลายเกสรมีสีม่วง (ภาพที่ 2 และ ภาพที่ 4)
ใบ

มีลักษณะค่อนข้างกลม กว้าง 17.5 เซนติเมตร ยาว 18.5 เซนติเมตร ขอบใบเรียบปลายใบมน หูใบปิด (บางครั้งหูใบชนกันแล้วยกตัวขึ้น) ใบด้านบนมีสีเขียว ด้านล่างสีม่วง (ภาพที่ 6 - ภาพที่ 7) ก้านใบ ก้านดอก มีสีเขียว และมีขน (ภาพที่ 3)
ลําตนใต้ดินเป็นแบบเหง้า เจริญเติบโตตามแนวนอน (ภาพที่ 8)
การขยายพันธุ์ด้วยหน่อ



ภาพที่ 1 แม่ พ่อ และลูกผสม


ภาพที่ 2 ดอกชูเหนือน้ํา



ภาพที่ 3 รูปรางดอกตูมเป็นรูปรี (Elliptic)



ภาพที่ 4 ดอกบานเป็นรูปถ้วย (Cup shape)



ภาพที่ 5 ผนังของคาร์เพลในรังไข่เชี่อมติดกันแบบ Syncarpous



ภาพที่ 6 ลักษณะใบ



ภาพที่ 7 สีใบ



ภาพที่ 8 ลําต้นใต้ดิน

การตรวจสอบลักษณะทางพันธุ์กรรม
            นํากลีบดอกของพ่อ แม่และบัว “ควีนสิริกิติ์” ไปสกัดดีเอ็นเอ และตรวจสอบความเป็นลูกผสมที่ห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์โมเลกุลพืช ภาควิชาพันธุศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดําเนินการโดย ผศ. ดร.วิภา หงส์ตระกูล และจีรภา ดาทอง โดยใช้เครี่องหมายดีเอ็นเอชนิด SSCP marker ที่จําเพาะกับยีน pistillata พบว่าแม่ (เพอรี่ส์ไฟรโอปอล) มีจีโนไทป์ (genotype) เป็น heterozygote ส่วนพ่อ (นางกวักฟ้า) มีจีโนไทป์เป็น homozygote ลูกผสมคือบัว “ควีนสิริกิติ์” ได้รูปแบบของยีนจากแม่และพ่อ (ภาพที่ 9) รูปแบบลายพิมพ์ดีเอ็นเอดังกล่าว ทําให้สามารถยืนยันได้ว่า บัว “ควีนสิริกิติ์” เป็นลูกผสมของแม่-พ่อชุดนี้


ภาพที่ 9 การตรวจสอบความเป็นลูกผสมของบัว “ควีนสิริกิติ์” ซึ่งมี N. Perry’s Fire Opal เป็นแม่ และ N. ‘Nangkwag Fah’ เป็นพ่อ โดยใช้ SSCP marker ที่จําเพาะกับยีน pistillata


http://www.doa.go.th/pvp/wp-content/uploads/2019/11/AnnoDOA_Public76.pdf,


ควีนสิริกิติ์ (Nymphaea Queen Sirikit)
สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์สุดภูมิใจ เพาะพันธุ์บัวสายลูกผสมพันธุ์ใหม่ได้เป็นครั้งแรกของโลก โดยมีจุดเด่นที่ปลายกลีบดอกมีสีม่วง ซึ่งเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในสายพันธุ์บัวเขตอบอุ่น ที่เจ๋งคือ แตกหน่อและขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ พร้อมขอพระราชทานนาม “บัวควีนสิริกิติ์” เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม ปีนี้

ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร นายกสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้แถลงข่าว กรณีที่นายไพรัตน์ ทรงพานิช นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์บัวลูกผสมที่มีลักษณะงดงามแตกต่างจากบัวสายพันธุ์อื่น โดยทางสมาคมพฤกษศาสตร์ฯได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามให้บัวลูกผสมพันธุ์ใหม่ และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้บัวลูกผสมพันธุ์นี้ว่า “บัวควีนสิริกิติ์” เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ศ.ดร.ธีระกล่าวอีกว่า การขอพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อบัวลูกผสมพันธุ์ใหม่นี้ว่า บัวควีนสิริกิติ์ ก็เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2555 และในโอกาสที่พระองค์ทรงได้รับการยกย่องเป็นพระมารดาแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (Mother of Biodiversity Conservation) จากรัฐบาลไทยเมื่อ พ.ศ.2553 ที่สมัชชาองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปี 2553 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านนายไพรัตน์ ทรงพานิช นักผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์ใหม่นี้ เปิดเผยว่า การผสมพันธุ์นี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546-2550 โดยนำพันธุ์บัวทั่วโลกมาผสมพันธุ์ กระทั่งได้พันธุ์บัวฝรั่ง ที่มีดอกสีน้ำเงิน ชื่อว่าบลูฮาร์ดดี้ (blue hardy waterlily) เป็นผลสำเร็จ แต่ปรากฏว่าบัวสายพันธุ์นี้ไม่แตกหน่อจึงขยายพันธุ์ต่อไปไม่ได้ ในปีต่อมา พ.ศ.2551 ตนจึงได้พยายามนำมาผสมข้ามสายพันธุ์จากพันธุ์บัวเขตอบอุ่นสายพันธุ์เพอรี่ส์ไฟร์โอปอล (Perry’s Fire Opal) เป็นต้นแม่มาผสมกับบัวสายพันธุ์นางกวักฟ้าเป็นต้นพ่อ ใช้เวลาในการผสมจำนวน 4 ปี กระทั่งได้ลูกผสมออกมาใหม่ที่มีกลีบดอก 2 สี คือส่วนปลายกลีบดอกมีสีม่วง โคนกลีบดอกมีสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมีสีขาวอมเขียว ซึ่งสีดอกของบัวลูกผสมนี้ที่ออกมามีสีม่วง ถือว่าเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในสายพันธุ์บัวเขตอบอุ่น ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก และที่สำคัญสามารถแตกหน่อและขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ


http://www.doa.go.th/pvp/wp-content/uploads/2019/11/AnnoDOA_Public76.pdf
https://www.thairath.co.th/content/272315

> Gallery || Back