v       " ชมพูมะเหมี่ยว "   N. 'Chompumamueaw'       v      



photo credit: ประภาภรและภูรินทร์ (2553)


            ชมพูมะเหมี่ยว N. 'Chompumamueaw' จัดอยู่ในประเภทบัวผัน หากกล่าวถึงบัวผันซึ่งมีความหลากหลายในด้านสีสันสวยงาม ดอกมีกลิ่นหอม บางพันธุ์มีดอกซ้อนมาก ก้านแข็ง เหมาะนำมาเป็นไม้ดอกปักแจกัน เช่น ชมพูมะเหมี่ยว บัวพันธุ์ชมพูมะเหมี่ยวเป็นบัวที่ขยายพันธุ์ด้วยต้นอ่อนที่งอกกลางใบ โดยเฉพาะใบที่ต้นอ่อนงอกกลางใบนั้น มีความจำเป็นต้องตัดแต่งออก ถ้าเช่นนั้นจะท้าให๎ต้นอ่อนที่งอกกลางใบสามารถเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ ทำให้ระยะห่างระหว่างกอแน่นเกินไป เพราะใบที่แผ่แน่นเกินไปจะซ้อนทับกันเหมาะสำหรับแมลงศัตรูพืช เช่น หนอนพับใบ เข้าทำลายได๎ง่าย [รายงานผลการวิจัย, 2556]
            บัวสายเขตร้อนพันธุ์พื้นเมือง คือพันธุ์ชมพูมะเหมี่ยวสามารถขยายพันธุ์แบบ viviparous (ลักษณะการขยายพันธุ์แบบ พิเศษ) และผสมตัวเองได้ ๆ ลักษณะของขอบใบจักมนและก้านใบไม่มีขนจะเป็นลักษณะเฉพาะของบัวสายเขตร้อนทุกพันธุ์จะแสดงออกเหมือนกัน สีของก้านใบส่วนใหญ่จะมีสีเขียวยกเว้นพันธุ์ชมพูมะเหมี่ยว ลักษณะสีของกลีบดอกพันธุ์ชมพูมะเหมี่ยว กลีบดอกสีชมพูแดง ดังนั้น บัวสายเขตร้อนที่มีลักษณะให้เมล็ดและขยายพันธุ์แบบ viviparous ได้จึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาพันธุ์ต่อไป เช่น พันธุ์ชมพูมะเหมี่ยว [รัตนากร กฤษณชาญดี, 2559]


ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae

ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea 'Chompumamueaw'

ชื่อสามัญ Chompumamueaw

ชื่อไทย ชมพูมะเหมี่ยว

ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย

ประวัติ เป็นบัวผันลูกผสมปล่อย ไม่ปรากฏปีการค้นพบ แต่มีขายในท้องตลาดไม้ดอกไม้ประดับประมาณปี 2551

ลักษณะพันธุ์


ใบอ่อน รูปไข่ หน้าใบสีเขียวอ่อน หลังใบสีเขียวอมน้้าตาลแดง
ใบแก่ รูปไข่ หน้าใบสีเขียวอ่อน หลังใบสีเขียวอมน้ำตาลแดง [รายงานผลการวิจัย, 2556]
ก้านใบก้านดอก สีน้้าตาลแดง

ดอก ดอกตูม ทรงดอกเรียวยาว สีน้้าตาลดำ


สีกลีบดอก ชมพูแดง


สีกลีบเลี้ยงด้านใน สีเหมือนกลีบดอก


เกสร อับเรณูสีแดง ก้านอับเรณูสีแดง เกสรเพศเมียสีเหลือง


ทรงกลีบดอก เรียวยาว


ทรงดอกบาน รูปถ้วย


ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-12 เซนติเมตร


กลิ่น มีกลิ่นหอมมาก


การให๎ดอก ทยอยออกตามกันดอกค่อนข้างดก บาน 3 วัน

การขยายพันธุ์
ต้นอ่อนหรือหัว และใบ